ผู้เขียน หัวข้อ: คุณประโยชน์ 8 อย่างที่ลูกจะได้หากชมชอบอ่านหนังสือ  (อ่าน 10 ครั้ง)

Luckyz0nl3

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11084
    • ดูรายละเอียด
ผลดี 8 อย่างที่ลูกจะได้หากชอบอ่านหนังสือ
มาเห็นในรายละเอียดกันว่า คุณประโยชน์ของ “การอ่าน” ที่ไม่ใช่แค่การ “อ่านออก” เฉพาะเป็นผลประโยชน์ของการ “ชมชอบอ่าน” ด้วยกัน “อ่านได้มากพอ” จนเป็นกิจวัตร นั้นคืออะไร ซึ่งหมอเชื่อว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้รู้ ก็จะได้คำตอบว่า การส่งเสตีนให้ลูกหลานให้อ่านนั้น จำเป็นเพียงไหน

  • กระตุ้นภารกิจของสมอง

    ในเวลาแค่ช่วงสั้น ๆ ที่เด็กอ่านคำ 1 คำ สมองของเด็กจะถูกกระตุ้นให้ทำงานหลายที่ตั้ง ทั้งส่วนที่ทำหน้าที่รับภาพ แปลตัวอักษรให้เป็นหน่วยเสียง ถอดรหัสตัวสะกด สร้างนที่จะเข้าสู่กรรมวิธีตีความ.. ถือได้ว่าการอ่านหนังสือเฉพาะละคำ เฉพาะละประโยคนั้น กระตุ้นอาชีวของเซลล์ประสาทในสมองไปในที่ตั้งกว้าง
    จากการศึกษางานการของสมองที่พ้นมา นักวิจัยพบว่า สมองของ “คนที่ได้เรียนรู้การอ่าน” จะมีสไตล์การทำงานกับมีองค์ประกอบของสมองบางส่วนต่างออกไปจากคนที่ไม่รู้หนังสือ หรืออาจถือว่า “การอ่าน” มีส่วนในการแปลงแปลงทั้งงานการพร้อมทั้งองค์ประกอบของสมอง พร้อมทั้ง “สร้างสมอง” ที่พร้อมต่อการศึกษา  การเตรียมสมองนี้สำคัญมากในเด็กกะทัดรัด (ภายใน 10 ปีแรก) ด้วยเหตุว่าสมองของเด็กยังอยู่ในระหว่างการเจริญเติบโต กับเพิ่มแนวใยประสาทเชื่อมระหว่างเซลล์ ซึ่งถ้าเซลล์ประสาทเหล่านั้นหนักเกินถูกใช้ในช่วงเวลาที่เข้าที สมองก็อาจจะจะสูญเสียการการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างเซลล์นั้น ๆ ไปได้ (Neural pruning)

  • พัฒนาความชำนาญทางภาษา

    นอกจากนั้นการอ่านหนังสือจะช่วยเหลือเพิ่มจำนวน “คำศัพท์” ในคลังสมองของเด็กให้มากขึ้นแล้ว การอ่านยังเป็นผลดีต่อการใช้ภาษาในด้านอื่น ๆ ทั้งในด้าน “การพูด” ด้วยกัน “การเขียน” ของเด็กเนื่อหยุดยั้ง้วย เหตุเพราะเมื่อเด็กได้อ่านหนังสือบ่อย ๆ ความชินหูชินตากับคำศัพท์กับภาษาในหนังสือก็จะส่งอิทธิพลต่อการใช้ภาษาของตัวเด็กเอง ด้วยกันนำไปสู่การใช้ภาษาที่คล่องแคล่วพร้อมกับสละสลวยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการศึกษาภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศ หนังสือจะมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับภาษาพร้อมทั้งศึกษาการใช้ภาษาที่สองในบรรซับซ้อนาศสนุกสนาน

  • สร้างความจำที่ดี

    การอ่านเหตุการณ์ราวต่าง ๆ ในอ่านหนังสือ นั้นมอยับยั้งูเปรียบเสมือนว่าจะมีเรื่องราวให้ต้องจำเหลือแหล่ไปหมด ไหนจะตัวละคร ไหนจะฉาก แถมบางช่วงเนื้อความก็แสนจะซับซ้อน ขนาดนั้นด้วยความอัศจรรย์ของสมอง เด็กที่สนุกกับการอ่านก็กลับจำข้อมูลมากมายเหล่านั้นได้ลอดการเชื่อมโยงข่าวคราวพร้อมด้วยต่อยอดความจำไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็อาจจะจะเป็นเนื่องด้วยขั้นตอนที่ได้ฝึกบ่อย ๆ นี่ก็เป็นได้ ที่ทะลวงมา มีการค้นคว้าหลายฉบับเสนอผลการศึกษาที่น่าสนใจว่า การอ่านหนังสือส่งผลดีต่อความจำ กับการอ่านหนังสือเป็นประจำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยถนอมความจำในเวลาที่เข้าสู่วัยชรา ช่วยเหลือทำเอานักอ่านมีความจำถดถอยน้อยกว่าคนทั่วไป พร้อมกับเป็นเหตุผลปกป้องการเกิดอาการของโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้

  • เป็นแหล่งเรียนรู้และจุดประกายภูมิปัญญาวิเคราะห์

    โดยธรรมชาติของคนนั้น เราทำความรู้สิ่งของต่าง ๆ จากความอาจที่พบเจอ แต่เมื่ออยู่ในโลกที่แสนกว้างใหญ่นี้ “เด็กตัวน้อย ๆ จะออกไปศึกษายังไงไหว” โชคดีที่เรามีหนังสือทำหน้าที่ย่อโลกลงมาฉับพลัน้ในฝ่ามือ และนำเด็กไปสู่ประสบการณ์ที่หลายหลากในหน้ากระดาษ ให้เด็กได้หัดคิดวิเคราะห์ เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์หรือปมปัญหาต่าง ๆ ซึ่งเด็กจะได้ลองผิดลองถูกไปในโลกขององค์ความรู้ เพราะว่าเรียบเรียงเกี่ยวเอาบทเรียนด้วยกันข้อคิดกลับมาใช้ผลดีในโลกความเป็นจริง ภูมิปัญญาของเด็กจะแตกออกไปอีก ถ้าผู้ปกครองหาโอกาสชวนเด็กร่วมพูดคุย อภิปรายถึงเหตุการณ์ราวพร้อมกับแนวคิดที่เด็กเรียนรู้มาจากในหนังสือ กับจูงใจให้เด็กได้สนุกกับการค้นคว้าหาแหล่งศึกษาใหม่ ๆ อยู่เสมอ

  • เพิ่มพลังจินตนาการ

    หนึ่งในเสน่ห์พิเศษที่ทำเอานักอ่านหลงมีใจ “หนังสือ” ก็คือ หนังสือจะพานักอ่านเข้าสู่โลกแห่งจินตภาพ (การคิดเป็นภาพ) ที่ผิดแผกแตกต่างกันไปตามความคิดฝันของเท่านั้นละคน จินตนาการของเด็กจึงถูกปลุกให้โลดแล่นไปอย่างอิสระทะลุทะลวงการร้อยเรียงของตัวหนังสือ

  • รู้จักที่จะมองในมุมของคนอื่น

    ความรู้ในหมู่พร้อมด้วยความรู้สึกของบุคคลอื่น (ซึ่งอาจจะคิดเห็นหรือรู้สึกไม่ตรงกับเรา) เป็นพัฒนาการด้านจิตใจที่สำคัญด้วยกันเป็นความถนัดที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกับคนในสังคม ขณะที่ได้อ่านนั้น เด็กจะได้สัมผัสเรียนรู้องค์ความรู้พร้อมทั้งจิตใจของตัวละครต่าง ๆ ที่ไม่แน่อาจมีชนิดความเห็นแตกต่างไปจากตน ซึ่งที่ข้ามมาก็มีการศึกษาระบุว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเหลือให้เด็กละเอียดอ่อนกับความรู้สึกด้วยกันปรารถนาของคนอื่น ด้วยกันรู้จัก “ใจเขาใจเรา” มากขึ้น

  • ผ่อนคลายความตึงเครียด

    หลายคนอาจมองว่าการอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้องค์ความรู้เลยไม่นึกอยากหยิบหนังสือมาเป็นเครื่องมือคลายเครียด แค่นั้นเรื่องจริงแล้ว เคยมีการศึกษาโดย Consultancy Mindlab International ใน มหาวิทยาลัยซูสเซสพบทันที้ว่า การอ่านหนังสือนี่แหละเป็นกิจกรรมที่ใช้ลดระตายความเครียด (ซึ่งวัดจากความตึงกล้ามเนื้อพร้อมทั้งอัแบรนด์การเต้นของกะบาลใจ) ที่ได้ผลดียิ่งกว่าการฟังเสียงเพลง จิบชา เดินเล่น หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์เสียอีก ด้วยเหตุว่าหนังสือจะสนับสนุนให้ผู้อ่านได้พักพิงอยู่กับเรื่องราวในหน้ากระดาษ พักหลบหน้าออกจากความเครียดในโลกความสัตย์จริง พร้อมด้วยการอ่านหนังสือดี ๆ สร้างนนอนสักเล่ม ก็จะสนับสนุนให้จิตใจสงบกับหลับง่าย

  • ช่วยสานสัมพันธภาพ

    ผู้ปกครองบางคนอาจจะกังวลว่า เด็กที่เป็นหนอนหนังสืออาจจะกลายเป็นเด็กเรียบเรียงตัว ไม่สนใจจะสร้างปฏิสัมพันธ์อะไรกับใคร.. เนื่องจากมองในมุมว่าการอ่านนั้นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้..อย่างเดียวเรื่องจริงแล้ว หากเรานำ “การอ่านหนังสือ” มาใช้ให้ถูกทาง กิจกรรมนี้จะเป็นสื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลได้เป็นอย่ายกเลิกี
    การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ชวนเด็กมาอ่านหนังสือด้วยกัน หรือถ้าแม้เฉพาะชวนเด็กพูดคุยถึงเรื่องที่ได้เรียนรู้มาจากหนังสือ เหล่านี้ล้วนทำเอาเด็กพร้อมทั้งผู้ใหญ่ได้แบ่งปันเหตุการณ์ราวกัน ได้รู้ว่าต่างคนต่างคิดเช่นใด รู้สึกเช่นใด เกิดความเข้าอกเข้าใจกันอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมด้วยบ่อยครั้งเด็กๆ ก็มักจะกล่าวถึงเหตุการณ์ ความคิด ความรู้สึกสุข ทุกข์อึดอัดคับข้องใจที่เกิดขึ้นกับเขาในชีวิตทุกเมื่อเชื่อวัน จากการพูดคุยเรื่องราวในหนังสือนี่เอง พร้อมกับการใช้เวลาพูดคุยร่วมกันในครอบครัว (quality time) นี้ ก็จะนำไปสู่บรรยุ่งยากาศในที่อาศัยที่อบอุ่นด้วยกันเป็นสุข
     
    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : หนังสือเด็ก

    Tags : หนังสือเด็ก,หนังสือเด็ก,หนังสือสำหรับเด็ก